แนวรุกสุดโหดของ “ห้างขายยา”

 

ทีม “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตามองมากทีเดียวในศึกบุนเดสลีก้า ซึ่งพวกเขาเริ่มทำผลงานได้ดีมาตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งได้ไฮโก้ แฮริช อดีตนักเตะทีมชาติเยอรมันเข้ามาคุมทีมตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว ซึ่งด้วยการทำทีมของกุนซือหนุ่มที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก บวกกับการที่สโมสรดึงตัวนักเตะมาร่วมทีมได้อย่างน่าสนใจ โดยได้คว้าตัวนักเตะดาวรุ่งเข้ามาเสริมทีมเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเลเวอร์คูเซ่นในเวลานี้เต็มไปด้วยนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากมาย ทั้งงลีออน เบลี่ย์ ดาวเตะตัวรุกผิวสีที่พวกเขาไปซื้อตัวมาจากทีมในเบลเยี่ยม และมาทำผลงานได้ดีในถิ่นบาย อารีน่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จนมีข่าวว่าหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปสนใจที่จะคว้าตัวไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา จูเลี่ยน บรันดต์ ดาวเตะที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชนของสโมสร และกลายมาเป็นนักเตะตัวหลักของทีมหลายปีแล้ว ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว 2 ดาวเตะนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และทำให้เลเวอร์คูเซ่นคว้าโควต้าไปเล่นในฟุตบอลยูโรป้า ลีกได้สำเร็จ ซึ่งเกือบจะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเสียด้วยซ้ำ แต่ว่าประตูได้เสียเป็นรองโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ และฮอฟเฟ่นไฮม์ ทำให้ชวดไปเล่นในฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่อย่างน่าเสียดาย

ในฤดูกาลนี้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างน่าผิดหวัง ทั้งๆ ที่ยังสามารถรั้งนักเตะคนสำคัญของทีมไว้ได้ทั้งหมด รวมถึงได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมด้วย แต่กลับเล่นได้อย่างน่าผิดหวัง จนทำให้ทีมต้องตกไปอยู่ในโซนท้ายตารางเสียด้วยซ้ำในตอนแรก จนกระทั่งกุนซือวัย 46 ปีอย่างไฮโก้ แฮริช พึ่งจะมาค้นพบทีมที่ลงตัวเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้แนวรุกของพวกเขาน่าเกรงขามขึ้นเหมือนอย่างเมื่อฤดูกาลที่แล้วอีกครั้ง โดยพวกเขาใช้เควิน โฟลลันด์ กองหน้าดีกรีทีมชาติเยอรมันเป็นกองหน้าตัวเป้า และใช้คาริม เบลลาราบี้ กับจูเลี่ยน บรันดต์เป็นปีกทั้ง 2 ฝั่ง โดยมีไค ฮาเวิร์ตซ์ เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่งวัย 19 ปีที่ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำเกมอยู่ด้านหลัง ซึ่ง 2 นัดหลังสุดของเลเวอร์คูเซ่นถือว่าโหดมาก เมื่อสามารถทำไปได้ถึง 11 ประตู โดยบุกเอาชนะได้ทั้งแวร์เดอร์ เบรเมน ทีมแกร่งในปีนี้ได้ถึง 6-2 และโบรุสเซีย มืนเช่นกลัดบัคในฟุตบอลถ้วยได้อีก 5-0

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *