ทำความเข้าใจ โภชนาการ บทความนี้ครบ จบเข้าใจ

โภชนาการ เป็นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของอาหารที่เข้าไปในร่างกาย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอันเกิดจากกระบวนการที่สารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ เนื้อเยื่อ และควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้

1 ภาวะโภชนาการปกติ คือ สภาพร่างกายที่ได้รับอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วนถูกหลักโภชนาการมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของร่างกายและร่างกายสามารถใช้สารอาหารในการเสริมสร้างสุขภาพได้อย่างเต็มที่

2 ภาวะโภชนาการไม่ดี คือ สภาพร่างกายที่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนหรือปริมาณไม่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย หรืออาจเกิดจากร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอแต่ร่างกายไม่สามารถใช้สารอาหารนั้นได้จึงทำให้เกิดภาวะผิดปกติขึ้นแบ่งเป็น

2.1 ภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ (under nutrition) คือ สภาพร่างกายที่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนหรือไม่เพียงพอหรือปริมาณต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการทำให้เกิดโรคขึ้น เช่น โรคขาดโปรตีน พลังงานหรือขาดวิตามินบางชนิด

2.2 ภาวะโภชนาการเกินเกณฑ์ (over nutrition) คือ สภาพที่ร่างกายได้รับอาหาร หรือสารอาหารบางอย่างเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้เกิดการสะสมพลังงานหรือ สารอาหารบางอย่างไว้จนเกิดโทษแก่ร่างกาย เช่น โรคอ้วน โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ คือ การอ้วนหรือการผอมนั้น จัดอยู่ภาวะโภชนาการที่ไม่ดี บางคนอาจจะมีคำถามว่า ทำไมกินน้อยแล้วยังอ้วน หรือกินเยอะแค่ไหนก็ไม่อ้วน ต้องบอกว่าการที่ภาวะโภชนาการจะดี หรือไม่ดีไม่ได้มีแค่พฤติกรรมการบริโภคอาหารเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่อภาวะโภชนาการ เช่น ปัจจัยแวดล้อมทางกายภาพ ปัจจัยแวดล้อมทางชีวภาพ และปัจจัยทางสังคม โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.ปัจจัยทางกายภาพ เช่น สถานที่อยู่อาศัย แหล่งซื้ออาหาร ชุมชน

2.ปัจจัยทางสังคม ลักษณะของสังคมไทยทั่วไปเป็นสังคมแบบเครือญาติอยู่ด้วยกันแบบครอบครัว มีการถ่ายทอด การเลียนแบบพฤติกรรม เช่น ถ้าครอบครัวใดอ้วน ก็เกือบจะอ้วนกันทั้งครอบครัว

         3.ปัจจัยทางชีวภาพ

1)  อายุ ที่เพิ่มมากขึ้นทำให้การเผาผลาญพลังงานเริ่มช้าลงและร่างกายของคนเราไม่ต้องการพลังงานจากอาหารมากเหมือนเมื่ออายุน้อย

2)  พันธุกรรม เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อภาวะโภชนาการ ถ้าพ่อแม่อ้วน โอกาสที่ลูกจะอ้วนก็มาก อย่างไรก็ตามผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนอาจไม่เป็นโรคอ้วนเสมอไป

3)  เพศ เพศชายและหญิงมีความแตกต่างกันทางองค์ประกอบของร่างกาย เช่น มวลกล้ามเนื้อ ไขมันในร่างกาย และโครงสร้างของร่างกาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการเผาผลาญพลังงานและโดยมากเพศหญิงมักอ้วนกว่าเพศชาย

4)  ขาดการออกกำลังกาย สิ่งสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและช่วยทำให้การเผาผลาญพลังงานมีความสมดุล แต่ปัจจุบันคนเรามีการออกกำลังกายน้อยลงมาก

5)  การเจ็บป่วย หรือเป็นโรคบางอย่าง ทำให้เป็นโรคอ้วนได้ เช่น hypothyroidism ทำให้การเผาผลาญพลังงานช้าลงหรือภาวะซึมเศร้า เป็นต้น

6)  ยารักษาโรค บางชนิดอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ เช่น ยา steroid

 

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คงจะมีหลายคิดว่า ที่ฉันอ้วนต้องเป็นเพราะ กรรมพันธุ์แน่ ต้องรีบบอกตัวเองเลยนะว่ากรรมพันธุ์เป็นเพียงปัจจัยเสริมที่ทำให้เราอ้วน แต่ปัจจัยหลักคือ “ตัวเราเอง” หากเราสามารถกินได้อย่างพอเหมาะพอดี ไม่มีโภชนาการเกินก็จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *